วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบงานที่2

1.เว็บเบราเซอร์ (web browser) หมายถึงอะไร

          เว็บเบราว์เซอร์ (web browser) เบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะเช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ 



2. การทำงานของเว็บเบราว์เซอร์


         กลไกการทำงานของเว็บเพจสำหรับเว็บเพจธรรมดาที่โดยปกติมีนามสกุลของไฟล์เป็น htm หรือ html นั้น เมื่อเราใช้เว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจใด เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะส่งเว็บเพจนั้นกลับมายังบราวเซอร์ จากนั้นบราวเซอร์จะแสดงผลไปตามคำสั่งภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ที่อยู่ในไฟล์

                                            

จะเห็นได้ว่าเว็บเพจดังรูปเป็นเว็บเพจที่มีลักษณะ static กล่าวคือ ผู้ใช้จะพบกับเว็บเพจหน้าตาเดิมๆ ทุกครั้งจนกว่าผู้ดูแลเว็บจะทำการปรับปรุงเว็บเพจนั้น นี่คือข้อจำกัดอันมีต้นเหตุมาจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อธิบายหน้าตาของเว็บเพจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HTML สามารถกำหนดให้เว็บเพจมีหน้าตาอย่างที่เราต้องการได้ แต่ไม่ช่วยให้เว็บเพจมี "ความฉลาด" ได้

การสร้างเว็บเพจที่มีความฉลาดสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การฝังสคริปต์หรือชุดคำสั่งที่ทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side script) ไว้ในเว็บเพจ


                             

จากรูปเป็นการทำงานของเว็บเพจที่ฝังสคริปต์ภาษา PHP ไว้ (ขอเรียกว่า ไฟล์ PHP) เมื่อเว็บบราวเซอร์ร้องขอไฟล์ PHP ไฟล์ใด เว็บเซิร์ฟเวอร์จะเรียก PHP engine ขึ้นมาแปล (interpret) และประมวลผลคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ PHP นั้น โดยอาจมีการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล หรือเขียนข้อมูลลงไปยังฐานข้อมูลด้วย หลังจากนั้นผลลัพธ์ในรูปแบบ HTML จะถูกส่งกลับไปยังบราวเซอร์ บราวเซอร์ก็จะแสดงผลตามคำสั่ง HTML ที่ได้รับมา ซึ่งย่อมไม่มีคำสั่ง PHP ใดๆ หลงเหลืออยู่ เนื่องจากถูกแปลและประมวลผลโดย PHP engine ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ไปหมดแล้ว

ให้สังเกตว่าการทำงานของบราวเซอร์ในกรณีนี้ไม่ต่างจากกรณีของเว็บเพจธรรมดาที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้เลย เพราะสิ่งที่บราวเซอร์ต้องกระทำคือ การร้องขอไฟล์จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอรับผลลัพธ์กลับมาแล้วแสดงผล ความแตกต่างจริงๆ อยู่ที่การทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกรณีหลังนี้ เว็บเพจที่เป็นไฟล์ PHP จะผ่านการประมวลผลก่อน แทนที่จะถูกส่งไปยังบราวเซอร์เลยทันที

การฝังสคริปต์ PHP ไว้ในเว็บเพจ ช่วยให้เราสร้างเว็บเพจแบบ dynamic ได้ ซึ่งหมายถึงเว็บเพจที่มีเนื้อหาสาระและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้เปิดดู โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งมาให้ หรือข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นต้น 




3. ตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 3 โปรแกรม

                                                 -โปรแกรม Internet Explorer เรียกย่อๆ ว่า IE เป็นโปรแกรมเบรา  เซอร์ที่ใช้ในการเปิดเว็บเพจในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็น Application    Software ที่ผลิตโดยบริษัท Microsoftโปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ (Internet Explorer) ซึ่งเป็นโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ของไมโครซอฟท์ ได้มาแทนที่โปรแกรมเน็ตสเคปเนวิเกเตอร์      (Netscape Navigator)ซึ่งหลายคนอธิบายความสำเร็จดังกล่าวว่า  เกิดจากการที่ไมโครซอฟท์ได้รวมเอาอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอ  ร์ไว้ในระบบ ปฏิบัติการวินโดวส์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่าง  ด. ส่วนผู้ที่มีความเห็นขัดแย้งกล่าวว่า การรวมเอาอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ไว้ในระบบปฏิบัติการนั้น สำคัญน้อยกว่าการที่ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาความสามารถของอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอ เรอร์ จนถึงระดับที่เทียบได้กับเน็ตสเคปเนวิเกเตอร์ในฐานะสถาปนิก ซอฟต์แวร์ผู้วางยุทธวิธีการขายสินค้าของไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ได้เพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าไปอย่างกว้างขวาง และเมื่อสินค้านั้น ๆ ครองตำแหน่งสินค้ายอดนิยมในบรรดาประเภทเดียวกัน เกตส์ก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันตำแหน่งนั้นไว้ การตัดสินใจทางยุทธวิธีของเกตส์และของผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์คนอื่น ๆ ทำให้หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมการแข่งขันทางการตลาดจับตามอง และในบางกรณีถูกวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่นกรณีที่ีไมโครซอฟท์ถูกฟ้องร้องในข้อหาผูกขาดทางการตลาดจากการรวมเอาอิน เทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ไว้ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์เป็นต้น

              -Firefox เป็นเบราว์เซอร์ประเภทกราฟิก หลายคนคงคิด 
อ้าว! แล้วเบราว์เซอร์แบบที่ไม่เป็นกราฟฟิกเป็นยังไง มันก็เป็นแบบตัวหนังสืออย่างเดียวเลยไง ซึ่งเจ้าเบราว์เซอร์ตัวแรกของมนุษยชาติก็คือ WorldWideWeb ลองดูตามรูป มีแต่ตัวหนังสือเพียบ ท่าทางเล่นแล้วจะเหนื่อย (เห็นแล้วสงสาร geek ในสมัยนั้นจริงๆ) ไฟร์ฟอกซ์ตัวนี้ได้ถือกำเนิดจากผลพวงของสงครามเบราว์เซอร์ในทศวรรษที่ 90 โดยตัวไฟร์ฟอกซ์ได้แยกตัวออกมาจาก Mozilla Suite หรืออีกชื่อหนึ่งคือ SeaMonkey ซึ่ง SeaMonkey ก็เป็นชุดโปรแกรมอินเทอร์เน็ตที่มี เว็บเบราว์เซอร์ โปรแกรมอีเมล์ โปรแกรมสร้างเว็บ โปรแกรมไออาร์ซี แอดเดรสบุก แต่เป็นเพราะ Seamonkey นั้นมีขนาดใหญ่ Mozilla ก็ได้ลองเปลี่ยนแผนการพัฒนาจากชุดโปรแกรมอินเทอร์เน็ตก็แตกย่อยออกเป็น เว็บเบราว์เซอร์ (Mozilla Firefox) และ โปรแกรมอีเมล์ (Mozilla Thunderbird) เดิมทีนั้นไฟร์ฟอกซ์นั้นไม่ได้ชื่อ Mozilla Firefox ตั้งแต่ต้น ชื่อเริ่มแรกเลยก็คือ Mozilla Phoenix แต่ชื่อดันไปซ้ำกับบริษัท Phoenix Technologies ผู้ผลิต Bios ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราๆท่านๆใช้กันอยู่นี้เอง ในวันที่่ 14เมษายน 2546 จึงต้องยกเลิกชื่อนี้ไป จากนั้นไม่กี่วันทาง Mozilla ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาอีกเป็น Mozilla Firebird ที่ทาง Mozilla อยากได้ชื่อนี้ก็เพราะว่า Firebird นั้น บางตำนานก็เชื่อว่าคือ Phoenix แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ชื่อนี้ดันไปซ้ำกับโครงการฐานข้อมูลโอเพนซอร์สที่ชื่อว่า FirebirdSQL ในตอนแรกทาง Mozilla ไม่อยากที่จะเปลี่ยนชื่อเท่าไหร่แต่ก็ถูกทาง FirebirdSQL กดดันหนักขึ้นเรื่อยๆจนทาง Mozilla ต้องจำใจยอมปล่อยชื่อ Firebird ไป คราวนี้ Mozillaได้รับบทเรียนมามากมายเกี่ยวกับชื่อ และทาง Mozilla ต้องหาชื่อที่ไม่เป็นปัญหากับโครงการใดๆเลยในโลกนี้ ทีมงานใน Mozilla ช่วยกันคิดชื่อออกมาประมาณ 200 รายชื่อ โดยความหมายต้องไปในทางเดียวกับ 2 ชื่อแรก และในที่สุดก็ได้ชื่อออกมานั้นก็คือ Mozilla Firefox แต่ทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยังมีปัญหาขึ้นอีกเมื่อทาง Mozilla ได้ไปเจอว่าชื่อ Firefox นั้นมีคนเคยจดแล้ว แต่ด้วยความมานะอดทนของทีมงานและทนายความที่ช่วยกันเจรจา จนในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547 Mozilla จึงได้ชื่อ Mozilla Firefox ออกมาเป็นของตัวเองในที่สุด และนายเบน กูดเจอร์ ก็ฝากข้อคิดมา ด้วยว่า ควรให้ความสำคัญในขั้นตอนการตั้งชื่อด้วย 



Google Chrome คือเว็บเบราว์เซอร์ที่สร้างโดยกูเกิล เหมือนกับ Firefox อ่ะ แต่ เร็ว กว่า สวยกว่า ซึ่งตอนนี้ก็มาถึงเวอชั่น 4 แล้ว ด้วยการใช้งานที่ง่าย ฟรี และติดตั้งได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่วินาที ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย

- ช่องแถบสำหรับใส่ที่อยู่เว็บก็ใช้เป็นช่องค้นหาได้ด้วย
- สามารถตั้งเลือกค่าให้บุ๊คมาร์คในแต่ละเครื่องปรับตรงกันได้โดยอัตโนมัติ
- สามารถลากแท็บออกจากเบราว์เซอร์เพื่อสร้างหน้าต่างใหม่ และรวมหลายๆ แท็บไว้ในหน้าต่างเดียว
- แท็บทุกแท็บที่กำลังใช้ ทำงานอย่างอิสระในเบราว์เซอร์
- มีโหมดไม่ระบุตัวตนสำหรับการเข้าชมแบบส่วนตัว
- มีส่วนขยายให้เลือกติดตั้งเพิ่มลงไปตามต้องการ









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น